ประวัติ Kevin Plank ผู้ก่อตั้ง Under Armour

ประวัติ Kevin Plank ผู้ก่อตั้ง Under Armour

Kevin Plank ก้าวเข้าสู่วิถีชีวิตแห่ง CEO ของ Under Armour โดยผ่านจุดเปลี่ยนผันในชีวิตหลายครั้ง เริ่มจากเด็กเกเรที่ใคร ๆ ก็กล่าวหาว่าไม่เอาไหน ไต่เต้าขึ้นมาสู่ CEO อายุน้อยร้อยล้านที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของโลก เส้นทางชีวิตสุดน่าสนใจ เพราะฝ่าฟันอุปสรรคมากมายจนกว่าจะมีวันนี้ แต่อุปสรรคไม่อาจขวางกั้นความสำเร็จของ Kevin Plank ด้วยจุดยืนที่ชัดเจน พร้อมความพยายามมุมานะ จนทำให้เขาประสบความสำเร็จในธุรกิจชุดกีฬาที่เรียกได้ว่าโด่งดังไปทั่วทั้งโลก

ประวัติชีวิตวัยเด็กของ Kevin Plank

Kevin Plank เกิดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 1973 ในรัฐแมริแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นน้องนุชสุดท้องในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 5 คน คุณพ่อของเขาซึ่งเป็นนักพัฒนาที่ดินชื่อดัง ได้มาเสียชีวิตในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในชีวิตวัยรุ่น จึงทำให้คุณแม่ต้องกลายมาเป็นเสาหลักของบ้าน ทำงานหนักเพื่อเลี้ยงปากท้องของทั้งครอบครัว และด้วยจุดเปลี่ยนนี้เองจึงทำให้ Kevin Plank ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อส่งตัวเองเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย

ชีวิตของ Kevin Plank นั้นไม่ง่าย ด้วยความเกเรเป็นนักเลงหัวไม้ในช่วงมัธยมปลาย จึงทำให้เขาถูกไล่ออกจากโรงเรียนในข้อหาก่อเหตุทะเลาะวิวาท นอกจากนี้ Kevin Plank ยังเคยต้องเกือบเลิกเรียนเนื่องจากปัญหามาแล้วขับและก่อปัญหาหลายครั้ง

ถึงแม้จะดูเป็นเด็กเกเร แต่ Kevin Plank ไม่เคยปล่อยปละละเลยชีวิตของตัวเองอย่างไร้จุดหมาย เขาเป็นหนึ่งในเด็กที่ขยันหาเงิน ด้วยการเป็นเด็กส่งดอกไม้ตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ และสามารถหาเงินได้มากมายจากการทำงานเหล่านี้

Kevin Plank กับชีวิตแห่งการศึกษาที่ไม่ธรรมดา

ชีวิตในมหาวิทยาลัยของ Kevin Plank เขาจบการศึกษาจาก University of Maryland เขาปรับปรุงตัวเองและพัฒนาพรสวรรค์ทางด้านกีฬา จนสามารถเข้าร่วมทีมอเมริกันฟุตบอลของมหาวิทยาลัย และเคยเก่งกาจจนสามารถเป็นกัปตันทีม และเมื่อเรียนจบในระดับปริญญาตรี Kevin Plank ได้เข้ารับการศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สาขาการบริหารธุรกิจที่ Robert H. Smith School of Business

เริ่มต้นชีวิตการทำงานภายใต้แบรนด์ Under Armour

ด้วยความสามารถที่โดดเด่นทางด้านกีฬา จนทำให้สามารถผลักดันตัวเองมาเป็นกัปตันทีมอเมริกันฟุตบอลของมหาวิทยาลัย จึงทำให้เขาพบเส้นทางชีวิตที่แท้จริง เขาปิ๊งไอเดียระหว่างการฝึกซ้อมกีฬาอเมริกันฟุตบอล และรู้สึกว่าชุดกีฬาที่วางขายตามท้องตลาดไม่สามารถมอบความสบายเนื้อสบายตัวขณะสวมใส่ได้

อีกทั้งยังมีราคาที่แพงแสนแพง และไม่ตอบโจทย์ในเรื่องของคุณสมบัติในการซับเหงื่อของเนื้อผ้า จึงทำให้เขาต้องการที่จะปรับปรุงชุดกีฬาและคุณภาพของเนื้อผ้าและจุดเปลี่ยนนี้เอง ที่ทำให้เขาตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะผลิตเสื้อผ้าและชุดกีฬาคุณภาพดี เพื่อปฏิวัติวงการชุดกีฬาเสียใหม่ให้มีคุณภาพดีมากยิ่งขึ้น และเหมาะสำหรับการเล่นกีฬามากยิ่งขึ้น จึงทำให้ในปี 1996 ชุดกีฬา Under Armour รุ่น Heat Gear เป็นสินค้าชิ้นแรกที่ถูกผลิตขึ้นมา

ช่วงระยะเริ่มแรกของการก่อตั้งธุรกิจ Kevin Plank จำเป็นต้องเช่าห้องแถวเพื่อเป็นสถานที่ผลิตสินค้าและส่งออกสินค้า เนื่องจากเขาไม่มีทุนมากมายนัก เขาเป็นทั้งผู้คิดค้นและผู้ทำการจัดส่งชุดกีฬาไปตามโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ผลพวงจากความขยัน อดทน และความพยายามนี้เป็นที่น่าพึงพอใจ เพราะเขาสามารถสร้างยอดขายได้มากยิ่งขึ้นจนสามารถขยับขยายธุรกิจ และเพิ่มไลน์การผลิตจากเสื้อกีฬามาเป็นรองเท้ากีฬา และชุดกีฬาสำหรับผู้หญิง ซึ่งสินค้าของเขาเป็นที่ยิมรับและเป็นที่นิยมอย่างมาก

จุดเปลี่ยนผันในธุรกิจชุดกีฬา Under Armour

จุดเปลี่ยนผันในธุรกิจเกิดขึ้นเมื่อปี 1999 เมื่อ Kevin Plank ถังแตก เนื่องจากต้องการจ่ายค่าโฆษณาลงในนิตยสาร จนพนักงานต้องตกลงไม่ยอมรับค่าจ้างเป็นเวลา 2-3 สัปดาห์ แต่การลงโฆษณาในนิตยสารช่วยให้สินค้าของแบรนด์ Under Armour มียอดขายตรงพุ่งสูงมากถึง 1 ล้านดอลลาร์ในปีต่อมา และเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างมากยิ่งขึ้น มีทั้งทีมกีฬาและนักกีฬามากมายเริ่มให้ความสนใจในคุณภาพของสินค้ามากยิ่งขึ้น จนทำให้บริษัทของเขามีรายได้มากถึง 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปีเป็นครั้งแรกในปี 2010

และ Under Armour ยังทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีในปี 2011 เมื่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของเขาอยู่ที่ประมาณ 1.05 พันล้านดอลลาร์ และในฐานะ CEO ของบริษัทที่สร้างรายได้ปีละ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงทำให้บริษัทเติบโตและมีพนักงานประมาณ 15,800 คน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560

กว่าจะมีวันนี้ได้ Kevin Plank ต้องผ่านอุปสรรคอะไรมาบ้าง

อย่างที่หลาย ๆ คนทราบกันแล้วจากบทความด้านบน ว่าชีวิตแห่งการประสบความสำเร็จของ Kevin Plank นั้นไม่ง่ายดาย เขาต้องทำงานหนักเพื่อส่งตัวเองเรียนหนังสือในระดับมหาวิทยาลัย อีกทั้ง ยังเคยมีปัญหาทางด้านพฤติกรรมที่ทำให้เกือบต้องโดนไล่ออกจากโรงเรียน

เมื่อเรียนจบ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีทุนมากมายอะไรนัก เขาจำเป็นต้องเช่าห้องแถวราคาถูกในการผลิตสินค้า แต่ด้วยความมุมานะพยายามและอาศัยความอดทน จึงทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างน่าภาคภูมิใจ จากเด็กหนุ่มอเมริกันธรรมดา ๆ ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่าความลำบาก และความเกเรตามประสาในวัยเด็ก ไม่เคยส่งผลให้เขาเป็นคนไม่เอาถ่าน

แต่เขาเลือกเส้นทางชีวิตที่เปลี่ยนผันโชคชะตาของเขาด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้พระเจ้าองค์ใดมาประทานให้ โดยอาศัยความพยายาม ความอดทน ความช่างสังเกต และความมีจุดยืนของตัวเองนี้ ทำให้เขากลายมาเป็นหนุ่มอายุน้อยที่ประสบความสำเร็จได้ในเวลาไม่นาน

ประวัติ kevin-plank

ชีวิตกับความสำเร็จในปัจจุบัน

Kevin Plank แต่งงานกับภรรยา Desiree Guerzon ในปี 2003 และมีลูก 2 คน ปัจจุบันเขาอาศัยอยู่กับครอบครัวในรัฐแมริแลนด์ ดำรงตำแหน่งเป็น CEO ของบริษัท Under Armour ซึ่ง นิตยสาร Forbes ได้ทำการประเมินมูลค่าสุทธิทรัพย์สินของเขาอยู่ที่ 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2018 และล่าสุดรายได้สุทธิของเขาจากการบันทึกในเดือนมิถุนายน ปี 2019 เขามีรายได้สุทธิมากถึง 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

จากแบรนด์ชุดกีฬาที่ไม่เคยมีใครรู้จักในอดีต ปัจจุบันตีแต้มทำคะแนนเสมอคู่แข่งอย่างแบรนด์กีฬาดัง ๆ อย่าง Adidas หรือ Nike ได้ ด้วยความอดทนและความพยายามในการสร้างแบรนด์และธุรกิจเป็นของตัวเอง

ปัจจุบันเขาถือหุ้นของบริษัท Under Amour มากถึง 16% และเป็นที่กล่าวขานว่าเป็นเศรษฐีได้ภายใต้การก่อตั้งแบรนด์ Under Amour ในระยะเวลาเพียง 20 ปีเท่านั้น

Motivation, passion, and focus have to come from the top. แรงจูงใจ ความหลงใหล และความตั้งใจ ต้องมาก่อนเสมอ

สำหรับใครก็ตามที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ หรือการทำธุรกิจต่าง ๆ เรื่องราวของ Kevin Plank ให้ข้อคิดกับเราได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น…

  • การเลือกเส้นทางเดินของชีวิตของตัวเอง และตระหนักรู้ว่าเส้นทางชีวิตแบบไหนที่เราต้องการ อดีตที่ผิดพลาดไม่ได้เป็นสิ่งที่การันตีความสำเร็จของทั้งในปัจจุบันและอนาคต แต่หากเรากลับตัวได้ และทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ก็ย่อมทำให้เส้นทางชีวิตที่เคยผิดพลาดค่อย ๆ กลับมาเข้าสู่ลู่ทางที่ดีได้อีกครั้ง
  • ความเป็นคนขยันทำงาน ตระหนักรู้ว่าฐานะในวัยเด็กไม่ได้ดีเหมือนเด็กทั่ว ๆ ไป ผลักดันให้เขาทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย เพื่อส่งตัวเองเรียนหนังสือ ความขยันไม่เคยทำให้ใครอดตาย อีกทั้งยังไม่เลือกงาน แม้ว่างานนั้นจะเป็นแค่เด็กส่งดอกไม้ในวันวาเลนไทน์เท่านั้น
  • ความมุมานะพยายาม เป็นสิ่งสำคัญและเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ทุก ๆ เป้าหมายประสบความสำเร็จ การไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคเป็นสิ่งสำคัญต่อการใช้ชีวิตในทุก ๆ แขนง ดังนั้น จงอดทน และเรียนรู้จากสิ่งที่ได้ทำผิดพลาดไป
  • ความช่างสังเกตและความคิดสร้างสรรค์ของ Kevin Amour ที่สังเกตเห็นว่าชุดกีฬาที่วางขายในท้องตลาดทั่ว ๆ ไปนั้นไม่ตอบโจทย์ต่อการใช้งาน จึงทำให้เขามุ่งมั่นผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์ต่อการเล่นกีฬาและการออกกกำลังกายได้มากกว่า

เราได้เห็นตัวอย่างชีวิตอันน่าทึ่งของ Kevin Plank กันมาแล้ว ว่าชีวิตเสเพลและความลำบากในวัยเด็กไม่ได้ทำให้เขาเติบโตมาเป็นคนไม่เอาถ่าน หากแต่เขาใช้ประสบการณ์ ณ จุด ๆ นั้น เปลี่ยนแปลงและพัฒนาตัวเอง อีกทั้งยังอาศัยความฉลาด ความช่างสังเกตในการคิดค้นสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค และก่อตั้งบริษัทของตัวเองด้วยใจรัก ดังคำที่เขาเคยกล่าวไว้ว่า

Credit

https://www.unlockmen.com/breeze-capsule-expert-clean

https://www.businessoffashion.com/community/people/kevin-plank

https://en.wikipedia.org/wiki/Kevin_Plank

https://www.forbes.com/profile/kevin-plank/#3a307fa63ef4

https://www.azquotes.com/author/29684-Kevin_Plank

 

Search